ลักษณะที่อยู่อาศัยเฮือน(เรือน)ไทยทรงดำแบบดั้งเดิมมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณะเฉพาะกลุ่ม คือ มีหลังคาทรงโค้งรูปกระดองเต่า*มุงหญ้าคายาวคลุมลงมาเกือบถึงพื้นดินแทนฝาเรือนเพื่อป้องกันลม ฝน และอากาศที่หนาวเย็น (ในอดีตชุมชนไทยทรงดำตั้งอยู่ในแถบอากาศหนาว) ตัวเรือนยกใต้ถุนสูงเพื่อประโยชน์ในการเก็บสิ่งของเครื่องใช้เป็น ที่ประกอบการงานเช่น ทอผ้า ตำข้าว เป็นคอกเลี้ยงสัตว์ มักมีแคร่ไว้นั่งนอนและเป็นที่รับแขกในเวลากลางวัน เสาเรือนทำด้วยไม้ทั้งต้นมีง่ามไว้สำหรับวางคาน ยอดจั่วประดับด้วยไม้แกะสลักเป้นกิ่งคล้ายเขาควายไขว้กัน เรียกว่า”ขอกุด”พื้นเรือนทำด้วยไม้ไผ่ทุบเป็นชิ้นๆ แผ่ออกติดกัน ภายในตัวบ้านเป็นพื้นที่โล่งแบ่งส่วนสำหรับที่นอน ครัวและเป็นที่บูชาผีเรือน เรียกว่า “กะล้อหอง” มีชานแดดยื่นออกจากตัวบ้านมีบันไดขึ้นเรือนสองทางมียุ้งข้าวที่สร้างเป็นเรือนยกเสาสูงไว้ข้างที่พักอาศัย คนไทยทรงดำจะปลูกบ้านอยู่ใกล้ๆกัน ต่อมารูปแบบเรือนไทยทรงดำได้เปลี่ยนแปลงไปตามความจำเป็นและความเหมาะสมตามยุคสมัย หญ้าคาที่นำมาทำวัสดุมุงหลังคาหายาก ไม่คงทนทั้งที่ยังเป็นวัสดุที่ง่ายต่อการติดไฟ เนื่องจากบ้านไทยทรงดำปลูกใกล้กันเป็นกลุ่มหากเกิดไฟไหม้จะลุกลามไปบ้านอื่นๆได้รวดเร็ว ลักษณะบ้านและวัสดุ ที่ใช้จึงเปลี่ยนเป็นไม้เนื้อแข็งหลังคาเป็นสังกะสี มีการ แบ่งกั้นห้อง ตามลักษณะการใช้สอย ปัจจุบันเรือนไทยทรงดำมีลักษณะผสมผสานระหว่างเรือนแบบดั้งเดิมกับเรือนสมัยใหม่ บ้างก็ใช้วัสดุผสมของปูนกับไม้ บางบ้านเป็นรูปทรงสมัยใหม่ไม่มีเอกลักษณ์ของไทยทรงดำอยู่เลย แต่ไม่ว่าลักษณะที่อยู่อาศัยของคนไทยทรงดำจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ทุกห้องจะมีห้องสำหรับบูชาผีเรือน นับเป็นความเสียดายว่าลักษณะที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มไทยทรงดำแท้ๆกำลังจะสูญหาย |












